May 22, 2010

วิวาทะ ของคนไทย นาย ไจรัญ(จัญไร อันนี้ผมเติมให้) อึ้งภากรณ์ กับ ฝรั่งมิสเตอร์คันนิ่งแฮม ในรายการ Democracy Now … ดูจบแล้วช่วยบอกทีว่าใครเป็นคนไทยกันแน่

Note จากผู้แปล : นับตั้งแต่เริ่มมีการปฏิบัติการกระชับวงล้อมและขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากฝ่ายรัฐบาลในวันที่19 พฤษภาคม 2553 ประเทศไทยก็ถูกจับตามองจากนานาชาติว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเหมือนหรือต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ตอนที่มีการปฏิบัติการกับนักศึกษาที่ออกมาประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลจีนหรือไม่ ..
มีผู้รู้ออกมาวิเคราะห์ วิพากษ์และวิจารณ์กันมากมาย ดังที่ท่านผู้ชม และผู้อ่านคงจะได้รับทราบบ้างแล้ว หนึ่งในรายการทีวีต่างประเทศที่สนใจเรื่องนี้ มีรายการ Democracy Now ที่ได้เชิญ คนไทย และฝรั่ง ที่ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดมาพูดคุยในรายการ … ลองฟังความเห็นและสิ่งที่ผู้ร่วมรายการทั้งคู่แสดงออก แล้วช่วยบอกว่าคุณคิดอย่างไ
วาทะเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ประชาธิปไตยในประเทศไทย ในหัวข้อ “การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นเรื่องความยากแค้นของคนรากหญ้าอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงฉากหน้าสำหรับอดีตนายกรัฐมนตรี มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่โดนขับไล่”

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : คนไทยที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งขณะนี้อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ เขาเคยเป็นอาจารย์ในประเทศไทย ก่อนที่จะหลบหนีหลังจากเขียนหนังสือวิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐประหารโดยทหารในปี2006 เขาเป็นผู้ที่สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : นักเขียนอิสระที่มีงานเขียนครอบคลุมพื้นที่เอเชียมากว่า 20 ปีเขาสอนที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัย Doshisha ในประเทศไทย งานเขียนของเขาปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post บ่อยๆ

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : สิ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องการคือ ประชาธิปไตย เพราะว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาผ่านทางทหาร และที่จริงรัฐบาลนี้เป็นผลพวงมาจากการเกิดรัฐประหารในปี 2006 และคดีที่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร ดังนั้นคนเสื้อแดงจึงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และแม้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเข้ามาอยู่ที่ใจกลางของกรุงเทพมหานครถึง 2 เดือนแล้ว แต่พื้นที่ส่วนนั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของศูนย์การค้าและโรงแรมหรูหรา แม้กระนั้นรัฐบาลก็ยังเคลื่อนกำลังพลแม่นปืนและหน่วยพิฆาตเข้ามา ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมารัฐบาลฆ่าคนไปแล้ว 67 คน และมีคนเจ็บนับพัน อันที่จริงตอนนี้มันถึงเวลาที่รัฐบาลต้องสั่งให้หยุดยิงทันที และเข้ามาเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดง

เอมี่ กู๊ดแมน(ผู้ดำเนินรายการ) : ไจล์ สำหรับพัฒนาการล่าสุดที่คนเสื้อแดงเสนอการเจรจาแล้วรัฐบาลปฏิเสธ

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : พวกกลุ่มคนเสื้อแดงเสนอที่จะเจรจากับรัฐบาลอีกครั้ง ฝ่ายรัฐบาลต้องการจะเอาชนะและรักษาอำนาจโดยการใช้กำลัง
คุณต้องตระหนักว่ารัฐบาลชุดนี้สั่งให้มีการเซ็นเซอร์ทีแย่ที่สุดที่เคยมีมาในประเทศไทย มีการเซ็นเซอร์ทางอินเตอร์เน็ต สื่อต่างๆในทุกรูปแบบ รัฐบาลแทรกแซงแม้แต่ทางเฟกบุ๊ค และทางด้านอื่นๆอีก
คุณจะเห็นว่าสิ่งที่ทำให้รัฐบาลยังคงมีอำนาจอยู่ก็มี 2 อย่าง คือการสั่งเซ็นเซอร์และกองกำลังที่โหดเหี้ยม พวกเขาไม่พร้อมที่จะให้โอกาสประชาชนตัดสินใจว่าต้องการจะให้ใครเข้ามาบริหารประเทศ โดยวิธีการอย่างไร

เอมี่ กู๊ดแมน : ฟิลิป คันนิ่งแฮม คุณเคยอยู่ในญี่ปุ่น ตอนนี้อยู่ที่ เมืองอิตาคา นิวยอร์ก จากที่คุณเฝ้าดูสถานการณ์ คุณคิดว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่ประเทศไทย

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : ผมขออ้างบทกวีที่มีชื่อเสียงของ Gil Scott-Heron ที่ว่า “หากมีการปฏิวัติก็จะไม่มีการออกอากาศทางโทรทัศน์” นี่มีการออกโทรทัศน์ ซึ่งมันก็ไม่ใช่การปฏิวัติ สิ่งที่ทุกคนเห็นเกิดขึ้นที่เมืองไทยเป็นการปฏิวัติปลอมๆ ที่ถูกกวนให้คุกรุ่นขึ้นมาโดยมหาเศรษฐีนักธุรกิจที่ร่ำรวยและมากอิทธิพลที่ต้องระเห็ดออกไปนอกประเทศที่คุณกำลังพูดถึง มันมีความคับข้องใจอยู่จริง มีคนยากจนอยู่จริงๆ มีข้อผิดพลาด และความอ่อนไหวแฝงอยู่ที่ง่ายมากที่จะยั่วยุ มันคงจะเหมือนกับมหาเศรษฐีในตระกูลร๊อกกี้เฟลเลอร์เข้าไปสนับสนุนทางการเงินให้เกิดความวุ่นวายในสลัม หากพวกเขาถูกจับและถูกเนรเทศ หรืออะไรทำนองนี้แหละครับ ผมหมายความว่า มันเป็นสถานการณ์ที่แปลกมาก และเป็นสถานการณ์ที่น่าเศร้ามากๆก็ตาม ผู้คนกำลังจะตาย พวกเขาตายเพื่อมหาเศรษฐีที่เปี่ยมอิทธิพล ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ถ้าหากว่าประเทศไทยต้องการประชาธิปไตยหรือระบอบสังคมนิยม ซึ่งคุณไจล์ ต่อสู้มาเป็นเวลานาน ผมก็พอระรับได้ว่ามันมีเหตุผลพอ แต่นั่นต้องเป็นการต่อสู้แบบสันติ แต่นี่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ใช่กลุ่มคนที่สันติ

เอมี่ กู๊ดแมน : เชิญคุณไจล์ค่ะ

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : มันเหลวไหลที่พูดว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่เป็นคนที่รักสันติ อันที่จริงพวกเขาเป็นคนที่มีวินัยมากๆ และพยายามที่จะรักษาให้เป็นการชุมนุมประท้วงที่สันติ ต่อหน้าของรัฐบาล และรัฐบาลต่างหากที่นำทหารติดอาวุธและรถถังออกมาบนถนน รัฐบาลไหนๆก็ตามที่พยายามที่จะสลายการชุมนุมที่สันตินี้โดยการใช้อาวุธ รถถังและปืน แล้วก็ฆ่าคนไป 65 คน นี่ต้องประณามว่ามันผิด
ผมคิดว่าฟิลิปได้รับข้อมูลที่ผิดๆเกี่ยวกับคนเสื้อแดง ผมหมายความว่า .. คุณทักษิณ ชินวัตร คนที่ผมไม่ได้สนับสุนุนและไม่เคยลงคะแนนให้ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่าเขาละเมิดสิทธิมนุษยชน … คุณทักษิณมาจัดตั้งกลุ่มคนเสื่อแดงไม่ได้หรอกครับ กลุ่มคนเสื้อแดงจัดตั้งโดยอดีตพรรคการเมือง คือพรรคไทยรักไทย จนวิวัฒนาการมาเป็นกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรากหญ้า พวกเขาเก็บเงินกันเอง พวกเขาจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชน พวกเขาประกอบด้วยหลายๆกลุ่มจากที่ต่างๆ หากคุณไปในบริเวณการชุมนุมของคนเสื้อแดง คุณจะเห็นป้ายของกลุ่มต่างๆชูอยู่สลอนเต็มไปหมด คุณจะได้ยินการขอเรี่ยไรเงินบนเวทีชุมนุมตามกำลังศรัทธา พวกเขาไม่ได้มาตายเพื่อคุณทักษิณ ชินวัตร พวกเขาไม่ชาวไร่ชาวนาที่โง่เง่า ไม่รู้เรื่องรู้ราว หรือไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่ความจริงพวกเขาเป็นชาวไร่ชาวนาและคนงานจากชานเมืองที่มีข้อมูลพร้อม พวกเจาโกรธที่สิทธิของเขาตามระบอบประชาธิปไตยถูกปล้น และนั่นมันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในกระจายความมั่งคั่งในประเทศไทย

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : ผมขอพูดอะไรหน่อยได้ไม๊ ผมคิดว่าสิ่งที่คุณไจล์กับผมเห็นพ้องต้องกันก็คือ มันไม่ถูกต้องที่จะใช้กองทหารมาหยุดยั้งประชาชน มันไม่เข้าท่าที่จะใช้กองทหารเป็นเครื่องมือ มันบ้า มันรุนแรงและไม่ถูกต้อง ผมเห็นด้วยกับคุณไจล์ว่าทหารไม่ควรที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ผมกับคุณไจล์เคยอาศัยอยู่บนถนนเดียวกันในกรุงเทพ เราสอนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่เรามีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องของคนเสื้อแดง ผมเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื่อแดงนั้นประกอบด้วยคนหัวรุนแรง ผมเชื่อว่าความยากจนนั้นมีอยู่จริง ความต้องการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายระบบในเมืองไทยนั้นมีอยู่ สามารถสัมผัสได้ในอณูของบรรยากาศรอบๆตัว แต่มันไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง .. ผมนั่งฟังพวกเขาทุกวัน ดูการออกอากาศทางโทรทัศน์ของพวกเขาอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ผมศึกษาเรื่องนี้ พวกเขาดูถูกคนต่างชาติ เขาดูถูกเกย์ พวกเขาเกี่ยวข้องกับการโฆษณาที่น่าขัน เช่น hominem attack (คืออะไร? – ผู้แปล) เขาเล่นกับฝูงชน มันเหมือนกับประสานกับคุณทักษิณ เหมือนๆกับมุสโสลินีหรืออะไรทำนองนั้น บางคนเปรียบเทียบคุณทักษิณกับBerloscerni แต่ผมว่าเหมือนมุสโสลินีมากกว่า พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญคุณทักษิณ มันเหมือนระบอบฟาสซิสต์ที่น่าละอาย เพราะเพราะคนเหล่านี้ไฮแจ๊กเหล่าคนยากคนจนให้มาร่วมสังฆกรรม ไฮแจ๊กความคับข้องใจของคนจนมารับใช้มหาเศรษฐีพลัดถิ่น เพียงเพื่อเศรษฐีคนนั้นจะได้กลับมาประเทศไทย และรับเงินของเขาคืน

เอมี่ กู๊ดแมน : เชิญคุณจายค่ะ

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : ผมคิดว่า คุณฟิลิป คันนิ่งแฮมไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ระบอบฟาสซิสต์ดีพอ มันง่ายมากที่จะเฉไฉออกนอกทาง ฟาสซิสต์ไม่เรียกร้องประชาธิปไตย และไม่มีความเห็นที่แตกต่าง อาจจะใช่ที่คนเสื้อแดงบางคนอาจจะหยาบกระด้างอยู่บ้างขวางโลก บางคนอาจจะต่อต้านเกย์ และหลายคนอาจจะพูดในทำนองต่อต้านคนต่างชาติ แต่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ทำอย่างนั้น คนเสื้อแดงส่วนใหญ่พยายามที่จะให้ความเห็นที่แตกต่าง พวกเขาไม่ใช่กลุ่มที่ติดอาวุธ พวกฟาสซิสเป็นพวกชนชั้นกลางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือกลุ่มคนเสื้อเหลืองต่างหาก ที่ไม่ต้องการให้เกิดสิทธิของคนยากจนตามวิถีทางของประชาธิปไตย และอื่นๆ ผมคิดว่านี่มันเป็นการให้ร้ายสำหรับคนเสื้อแดงที่เกินเลยไปแล้ว

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : ไจล์ ทำไมคุณจึงซื่ออย่างนี้ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย

เอมี่ กู๊ดแมน : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นคะ

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : ผมคิดว่าคุณไจล์รู้ดีอยู่แล้ว หากคุณไจล์ฟังคำปราศรัยอย่างที่ผมฟัง มันไร้สาระจริงๆ ผมรู้ว่ามีคนเสื้อแดงที่พูดโน้มน้าวจิตใจคนได้เก่งๆ มีคนที่จัดฉากเก่ง แต่มันมีเงินจากสถานีโทรทัศน์จากคนของทักษิณ พวกเขาจัดฉาก พวกเขาจัดให้มีเหตุการณ์ประท้วงปลอมๆ การปฏิวัติปลอม มันไม่ใช่ของจริง .. ผมอยู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 ผมรู้ว่าของจริงน่ะมันเป็นยังไง ผมรู้ว่าการลุกขึ้นต่อสู้จริงๆมันมีลักษณะอย่างไร แต่นี่มันไม่ใช่
สิ่งที่เกิดขึ้น .. และผมยอมรับว่ามันใช่ -- ผมรู้ว่ามันเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ให้รู้ว่ามีการลุกฮือขึ้นต่อสู้แล้ว และประเทศไทยจะอยู่ในสภาวะที่เปราะบาง สถานการณ์มันอ่อนไหว มันเหมือนทุกอย่างจะล่มสลาย อะไรก็เกิดขึ้นได้ และนี่อันตรายมาก ผมไม่อยากจะเห็นว่าประเทศไทยล่มลายกลายเป็นแบบฟาสซิสต์ …
มีการพิสูจน์ออกมาแล้วว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นกลุ่มที่ติดอาวุธ พวกเขายิงเข้าใส่ทหารด้วยอาวุธต่างๆ ตั้งแต่หนังสติ๊กกับลูกแก้ว ระเบิดขวด ระเบิดเพลิง คนเสื้อแดงมีปืน ปืนสั้น นี่มันไม่ใช่การเคลื่อนไหวอย่างสันติอหิงสา เด็กนักศึกษาที่จตุรัสเทียนอันเหมินไม่เคยทำเช่นนั้น มันไม่มีความรุนแรง มันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย .. การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้รับการหนุนหลังจากมหาเศรษฐีที่มีอิทธิพล ผมยอมรับไม่ได้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณไจล์จึงสนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : คุณไม่เข้าใจ ผมรู้ เพราะว่าคุณไม่ได้เตรียมตัวที่จะมายอมรับในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คุณเพียงแต่ติดตามข่าวจากอินเตอร์เน็ตและดูทีวีอยู่ที่นั่น ผมอยู่ร่วมในการเคลื่อนไหวประท้วงที่กรุงเทพ ผมมีเพื่อนๆที่ร่วมเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง และจากการวิเคราะห์ของคุณคันนิ่งแฮมที่ว่าคนยากจนถูกไฮแจ๊กมาเพื่อคุณทักษิณนั้น มันเป็นการดูถูกคนเสื้อแดงแท้ๆนับล้านๆคน นี่มันเป็นเรื่องเก่าๆแบบเดียวกับที่พวกนักวิชาการเชื่อว่าคนไทยธรรมดาๆคิดด้วยตัวเองไม่เป็น จัดตั้งสิ่งต่างๆด้วยตัวเองไม่เป็น …

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : จาย ผมรับไม่ได้นะ มันเป็นการหลอกลวงที่ไม่ยุติธรรมเลย

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : มันใช่ ..

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : หากใคนบางคนไม่เห็นด้วยกับคุณ มีนไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น .. (ฟังต่อไม่ได้ ..)

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : ให้ผมพูดให้จบก่อนได้ไม๊ ฟิลิป? ให้ผมพูดให้จบก่อนได้ไม๊?

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : เชิญ

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : นี่มันเป็นแนวความคิดเดียวกับคนชั้นกลางในเมืองไทยที่มีต่อคนเสื้อแดง และด้วยการแก้ตัวแบบนี้ทำให้พวกเขาไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย และเป็นเหตุผลที่เขาสนับสนุนเรื่องการรัฐประหาร เพราะเขาพูดว่าคนเสื้อแดงทุกคนถูกคุณทักษิณซื้อ และถูกปั่นหัวโดยทักษิณให้ลงคะแนนให้ ..

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : คุณจะยอมรับไม๊ล่ะว่า คนเสื้อแดงบางคนถูกซื้อ และบางคนไม่ แต่ยอมรับไม๊ว่าบางคนถูกซื้อจริงๆ

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : ให้ผมพูดให้จบก่อนได้ไม๊ ฟิลิป? ให้ผมพูดให้จบก่อนได้ไม๊?

เอมี่ กู๊ดแมน : ไจล์ คำถามนั้น มีบางคนถูกซื้อหรือไม่

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : คนเสื้อแดงไม่ได้ถูกซื้อแน่นอน คุณทักษิณไม่ต้องซื้อใคร เพราะแม้ว่ารัฐบาลของคุณทักษิณได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่น่ากลัว แต่คุณทักษิณก็เป็นคนที่นำระบบสุขภาพถ้วนหน้ามาใช้ ซึ่งเป็นระบบที่ดีกว่าที่อมริกาเสียอีก ในแง่ของการดูแลสุขภาพและการรักษาที่คนยากจนได้รับ รัฐบาลคุณทักษิณสร้างงานให้คนยากคนจน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องหยิบยื่นเงินทองมาให้ หากสิ่งที่รัฐบาลสัญญาแล้วสามารถทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ผู้คนลงคะแนนให้กับสิ่งที่เขาต้องการ และมันเป็นการดูถูกอย่างยิ่งที่คนไทยถูกตราหน้าว่าได้รับการพิสูจน์ว่าถูกตบตาและซื้อโดยคุณทักษิณ
ประเด็นก็คือ ทำไมมหาเศรษฐีที่ทรงอิทธิพลอย่างคุณทักษิณจึงชนะใจของคนยากจนอย่างท่วมท้น คำตอบอยู่ที่สุญญากาศของการไม่มีพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายในประเทศไทย คุณรู้ไม๊นับตั้งแต่พรรคคอมมูนิสต์พังทลาย และคุณทักษิณสามารถที่จะ …

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : ไจล์ นี่เป็นจุดอ่อนของการวิเคราะห์ของคุณ ผมรู้ว่าคุณเอียงซ้ายมานาน เราเคยไปที่ …
นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : เสียใจ หากคุณไม่สามารถให้ผมพูดให้จบเสียก่อน

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : คุณรู้ไม๊ อนุสาวรีย์ของคนเดือนตุลา …

เอมี่ กู๊ดแมน : ขอให้คุณ ฟิลิป คันนิ่งแฮม พูดให้จบก่อนค่ะ เชิญค่ะ คุณ ฟิลิป คันนิ่งแฮม

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : คุณรู้มี ไอเดียที่ว่า .. ผมรู้สึกว่าคุณกระเหี้ยนกระหือรือที่จะให้พวกเอียงซ้ายทำอะไรบางอย่างที่คุณมองว่าเป็นเป็นการเริ่มต้นที่ผิด .. และคุณผิดพลาดที่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง นี่เป็นการเริ่มต้นที่ผิด มันไม่ใช่ของจริง

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : ขอโทษ คุณไม่ได้ฟัง คุณพูดแซงขึ้นมาและไม่ได้ฟังผมพูด คุณมีภาพฝันในหัวของคุณว่าผมเชื่อในเรื่องอะไรบางอย่าง และคุณก็เริ่มต้นที่จะเถียงกับคนไร้ค่า ผมพูดว่าคุณทักษิณสามารถแบ่งแยกสังคมไทย ระหว่างคนรวยกับคนจน เพราะว่าไม่มีพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมหาเศรษฐีที่ทรงอืทธิพลอย่างคุณทักษิณสามารถกุมหัวใจของคนยากคนจนได้

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : นั่นเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ใช่ไม๊?

นายไจล์ อึ้งภากรณ์ : ผมคิดว่าวิธีที่จะหยุดวิกฤติการณ์ก็คือ รัฐบาลควรจะสั่งให้หยุดยิงทันที และจัดให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมตามวิถีทางของประชาธิปไตย

ฟิลิป คันนิ่งแฮม : ผมคิดว่าทหารควรจะถอนตัวออกไป ผมคิดว่ามันน่ากลัวมากในสิ่งที่ทหารกำลังทำอยู่ ผมต่อต้านสิ่งนี้เต็มที่ แต่ผมไม่สามารถจะบอกว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นประชาธิปไตยหรือพวกหัวเอียงขวา (อนุรักษ์นิยม – ผู้แปล) พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเช่นกัน และผมคิดว่าเป็นเรื่องของตำรวจที่จะต้องจับกุมและดำเนินการ

อ่านแล้วสรุปผมลงความเห็นว่า ไอ้ใจล์ นี่ล่ะครับ "พ่อตาเหวง"

edit @ 27 May 2010 10:37:22 by KritZanova

Comment

Comment:

Tweet