คลองบางหลวง

posted on 26 Feb 2013 22:02 by kritzanova



★Sent from Samsung Galaxy Note 2★ 

คลองบางหลวง

posted on 26 Feb 2013 21:58 by kritzanova directory Travel
ไปกี่ครั้งก็ไม่มีวันเบื่อ

edit @ 26 Feb 2013 21:59:21 by KritZanova

Lome me Love my YUKI

posted on 20 Jan 2011 17:11 by kritzanova
 
ว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ลูกสาว ลงบล็อคมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำซะที เผื่อเอาไว้อ่านหรือดูรูปในวันที่เค้าไม่อยู่ หรือเราต่างคนต่างแก่ลงไปตามกาลเวลา ว่าแล้ววันนี้ฤกษ์ดีเลยเขียนซะม้วนเดียวจบกับเรื่อง " Love me Love my YUKI " คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะหลายคนที่เป็นผู้เลี้ยงน้องหมาคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า "หมา มันไม่เคยสนว่าเจ้าของมันจะเป็นใคร จะเริศเลอ หรือต้อยต่ำติดดินแค่ไหน มันรู้แค่เพียงว่า มันรักคนคนนี้ด้วยหัวใจ รักอยู่คนเดียว และจะรักอยู่เช่นนั้นตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง" ฮืมมมเปิดมาซะเน่าสนิท 555 ว่าแล้วมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 
26 ก.ค 2551 ผมกะไปเดินเล่น จตุจักร ตามปกติ และก็เป็นเรื่องปกติอีกเหมือนกัน ที่ทุกครั้งจะต้องแวะเข้าไปโซนสัตว์เลี้ยงเพื่อไปดูหมาดูแมวตามเรื่องตามราว และแล้วผมก็เดินมาเจอร้านขายหมาร้านหนึ่งเป็นห้องกระจกติดแอร์อยู่ทางโซน JJ Mall 
พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นลูกชิสุห์ สีขาว อายุประมาณ 3 เดือน 2 ตัว (ปกติสีนี้จะหายากนะ) หน้าตาเค้าแบบว่าแบ้วได้อีกเห็นแล้วหมั่นเขี้ยวอยากฟัดมากเลยอ่ะ ผมไม่รอช้ารีบเข้าไปถามรายละเอียดกับคนขายทันทีพอทราบราคาก็อืมมมม....นะ (เท่าไรขออุบไว้ละกัน อิอิ) ก็เลยคิดว่าคงต้องคิดดูก่อนดีกว่ามั้งแต่พอเจ้าของร้านเอาเจ้าตัวเล็กทั้งสองออกมาให้เล่น ตัวแรกเป็นตัวผู้เค้าก็ตั้งหน้าตั้งตาหลับอย่างเดียว ส่วนอีกตัวเป็นตัวเมีย ตัวนี้แหล่ะเจ้าตัวดีเค้าเปรี้ยวมากเลยอ่ะครับไม่หลับไม่นอนไล่งับหางเพื่อนไปทั่วแถมยังเดินมาที่ผมเอาคางมาเกยที่ตักทำท่าออดอ้อนครางหงิงๆๆ (ผมนึกในใจตอแหลตั้งแต่เด็กเลยนะแก 555) แบบว่าหลงเลยอ่ะก็เลยงงๆ เบลอๆควักตังค์ซื้อเลยครับ มีแต่เจ้าของเค้าเลือกหมากัน แต่สำหรับผม “ ผมถือว่าเจ้าตัวเล็กนี่แหล่ะเป็นคนเลือกผมเอง ” 555
 
กลับมาก็จัดการตั้งชื่อให้ไหนๆพ่อมันก็เป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นแล้ว ก็เอาชื่อญี่ปุ่นเลยละกันเลยให้ชื่อว่า 
ยูกิ แปลว่า หิมะ (ตรงกับสีขนของเต้าแม้จะมีตำหนิสีครีมที่หูนิดนึงก็ตาม) พอเลี้ยงจริงๆต้องบอกว่า โค-ตะ-ระ ซนเลยครับเห็นตัวเล็กๆแบบนี้เหอะแต่สู้นะเริ่มแรกเธอพัฒนาแทะโซฟา ผ้าปูโต๊ะในห้องผม ผ้าในตะกร้านี่รื้อมันได้ทุกวี่ทุกวันถ้าซักได้คงซักไปแล้วมั้ง แถมพอผมยกมือทำท่าจะตีก็ยกมือขึ้นสู้อีกแน่ะ เหมือนจะบอกว่า ลองเด่ะ !! ลองตีหนูเด่ะแม่จะเฮ่ากระจาาาย !!! แต่ก็ประทับใจอยู่อย่างหนึ่งคือ เค้าเป็นหมาที่ไม่เห่าหรือชอบร้องตามให้น่ารำคาญเลยมีร้องตอนแรกๆเวลาผมจะไปทำงานแต่พอผมบอกว่า ป๊าไปทำงานเดียวตอนเย็นกลับมานะหนูอย่าดื้อนะ เค้าก็รู้เรื่องนะแถมเงียบซะงั้น

จนตอนอายุ 5 เดือนผมก็เริ่มฝึกเค้าให้ลองไหว้ดูโดยเอาขนมของโปรดเค้ามาเป็นของล่อ เจ้าตัวเล็กเห็นทีนี่หูตาแทบถลนออกมาจากเบ้าเลยแหล่ะ 555 ผมเริ่มฝึกจากไหว้มือเดียวก่อนโดยจับมือเค้าแล้วก็บอกว่า “ถ้าหนูทำแบบนี้ๆ แล้วป๊าก็จะให้ขนมหนูแบบนี้ๆนะ” แรกๆเค้าก็มองหน้าผมงงๆนะ ประมาณว่ามึงจะให้กรูทำเชี้ยไรนี่ กรูจิกินขน้มมมม 555 แต่หลังจากนั้นสามวันปรากฏว่า เค้าทำได้ครับ !!! ผมแหกปากดีใจอยู่คนเดียวในห้องเลยอ่ะ เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่เราเวลาที่เราเริ่มเดินได้ครั้งแรกคงจะประมาณเดียวกันแน่ๆเลย หลังจากที่ไหว้มือเดียวได้จากนั้นก็เริ่มสองมือทีนี้เวลานางอยากกินอะไรก็จะยกสองขาหน้าไหว้ปะหลกๆจนผมต้องใจอ่อนให้ไปทุกทีเลยอ่ะ

จนอายุได้ 8 เดือนเจ้าตัวเล็กก็ก่อ วีรกรรมสุดแสบ ด้วยการหนีผมเที่ยว เรื่องมีอยู่ว่าผมอยู่คอนโดชั้น 7 (คอนโดที่ผมอยู่เค้าอนุญาตให้เลี้ยงสุนัขได้น่ะครับ) ปกติตอนเย็นหลังจากกลับมาจากทำงานผมจะจัดการหวีขนแต่งตัวติดโบว์สวยๆให้เค้าแล้วพาลงลิฟต์ไปเดินเล่นที่ส่วนหย่อมข้างล่างน่ะครับ วันนั้นก็เช่นกันผมหวีขนเสร็จเค้าก็รีบวิ่งไปรอหน้าประตู และทำหน้าประมาณว่า ป่ะๆๆปะป๊าไปกันๆ !!!(555 อยู่กับหมามากจนรู้ภาษามันละผม) แต่เพื่อนผมดันโทรมาพอดีผมก็เลยต้องหันหลังกลับไปรับโทรศัพท์โดยที่ลืมไปว่าเรายังไม่ได้ปิดประตูห้องให้สนิท ผมก็เพลินนั่งคุยกับเพื่อนอยู่พักหนึ่งพลันเหลือบไปที่ประตูเห็นมันเปิดอ้าซ่าอยู่ มองหาลูกสาว ไม่มี !!! ฉิบหาย !!!งานเข้าแล้วกรู ก็เลยวางสายเพื่อนวิ่งตามออกไปเจอป้าแม่บ้านแกกำลังร้องโวยวายแล้วเดินมาทางห้องผมปากก็บอกว่า “ ไอ้ตัวเล็ก ไอ้ตัวเล็ก !!! ไอ้ตัวเล็กมันลงลิฟต์ไปแล้ว ป้าออกมาจากลิฟต์ไม่ทันมองมันคงจะนั่งอยู่หน้าลิฟต์ เห็นอีกทีก็เห็นหางมันไวๆเข้าลิฟต์ไปแล้ว ” (คือประมาณว่าลูกสาวผมเธอจะเป็นนางงามมิตรภาพประจำคอนโดรู้จักกันตั้งแต่แม่บ้านยันร.ป.ภ นี่ยังไม่รวมเพื่อนๆของหล่อนที่มีอยู่แทบทุกชั้นอีกนะ) ผมไม่รอช้ารีบลงลิฟต์ตามไปดู ติ้งส์ !!! ลิฟต์ลงมาถึงชั้น 1 ประตูลิฟต์เปิดมาเจอลุง ร.ป.ภ นั่งอยู่หน้าลิฟต์ชึ่งเป็นที่สิงสถิตย์ประจำของแก ผมรีบถาม “ คุณลุงเห็นหมาของผมออกมาจากลิฟต์บ้างมั้ยครับ ? “ อ๋อออ...เห็นๆๆลุงก็งงเห็นลิฟต์เปิดมามีหมาเดินออกมาตัวเดียว เนี่ยะๆมันวิ่งไปด้านหลังคอนโดเนี่ยะ ตอบเสร็จแกก็นั่งเป็น จ่าเฉย ของแกต่อไป (ผมนึกด่าในใจแล้วลุงก็นั่งเฉยต่อไปเนี่ยะนะทั้งๆที่รู้ว่าหมาผม แล้วหมาบ้าที่ไหนมันจะกดลิฟต์ลงมาข้างล่างตัวเดียวได้ คิดซิคิ้ดดดด !!! แหมถ้าเป็นไปได้น่าจะเอาตาลุงนี่ไปตั้งตรงสี่แยกจราจรแทน จ่าเฉย ให้มันรู้แล้วรู้แรดไปเลยนะ 555 แต่ก็นะโทษใครไม่ได้ผมเองก็สะเพร่า) ว่าแล้วผมก็วิ่งไปหายูกิตามคำแนะนำของจ่าเฉย เอ้ย ลุง ร.ป.ภ ปรากฏว่าไงรู้มั้ยครับเจอ เจ้าตัวดีกำลังนั่งเอามือเขี่ยๆปลาหางนกยูงเล่นอยู่ที่บ่อน้ำหลังคอนโดแถมสภาพนางเปียกโฉกไปทั้งตัวคงจะตกไปแล้วรอบนึงแล้วตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ แหมๆๆโมโหก็โมโหขำก็ขำพอนางเห็นผมรู้ว่าต้องโดนแน่ นางรีบนอนหงายแหงแก๋ยกสองขาหน้าไหว้ปะหลกๆ จะตีก็เลยตีไม่ลง 555 แต่นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆวีรกรรมที่นางทำไว้ที่ผมนึกทีไรก็แอบขำทุกที

นี่ก็ผ่านมาสองปีกว่าแล้วซินะทุกวันนี้ ยูกิ ของป๊าโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ความซนเริ่มลดลงละ แต่ความตอแหลเพิ่มมากเท่าทวีคูณ นางเป็นหมาที่รักสวยรักงามมากต้องหวีขนติดโบว์สวยๆให้ทุกวันไม่งั้นนางไม่ยอม เห่า แล้วลากมือไปที่กล่องอุปกรณ์เสริมความงามของนางอยู่นั่นแหล่ะ ยังไม่รวมเรื่องที่ชอบอาบน้ำ เป่าขนเป็นที่หนึ่ง แต่งตัวเสร็จแล้วก็ต้องพาไปเที่ยวไม่งั้นไม่ยอม จริงๆเล้ยยยเพลียกับความเยอะของนางจริงๆ เอ๊ะ ! หรือจะเหมือนพ่อมัน แหะๆๆ ที่ผ่านมามีหนุ่มๆมาชอบเยอะเหมือนกันแต่ก็นะยอมรับว่าพ่อมานหวง !!! 555 ตอนนี้ลูกสาวก็เลยขึ้นคานตามพ่อมันไปติดๆ ฮาาา แต่เอาน่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรักที่ปะป๊ามีให้หนูไม่เคยลดน้อยลงไปเลยสักนิด กลับทั้งรักและทั้งห่วงมากขึ้นทุกวัน เอาเป็นว่าปะป๊าจะรัก และจะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุดละกันนะ


รักหนูจัง ยูกิ

ปะป๊า


ได้อ่านเรื่องราว และได้ชมภาพ ยูกิ ตอนเด็กๆกันไปแล้วคราวนี้เรามาดูภาพ พร้อมคลิปวิดีโอ ยูกิ ณ.ตอน 2 ขวบกว่ากันบ้างครับ

edit @ 24 May 2011 09:54:07 by KritZanova